กรมอนามัย พร้อมให้ข้อมูลข่าวสารที่มีประโยชน์สำหรับคุณ
27 มกราคม 2569 เวลา 14.00 – 16.00 น. กรมอนามัย โดยสำนักโภชนาการ ร่วมกับ Japan International Cooperation Agency (JICA) ได้จัดงานเสวนา Side Meeting หัวข้อ “Tackling Childhood Obesity through Multisectoral Approaches and Inclusive Health Systems Amid Global Demographic Shifts” ในงานประชุมวิชาการ Prince Mahidol Award Conference (PMAC) 2026 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ บางกอก คอนเวนชัน เซ็นเตอร์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์
วิทยากร: พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย Professor Boyd Swinburn มหาวิทยาลัย Auckland Dr. Olivia Nieveras WHO Thailand Mr. Filippo Gavazzeni Milan Urban Food Policy Pact (MUFPP) ดร.อมรรัตน์ โสธารัตน์ สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ Dr. Marika Nomura Japan International Cooperation Agency (JICA)
ผู้เข้าร่วมประชุม: ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาควิชาการ สมาคมและองค์กรที่เกี่ยวขัองกับการป้องกันโรคไม่ติดต่อ ทั้ง onsite และ online จำนวน 180 คน (Invitation only)
ประเด็นสำคัญ:
• สถานการณ์โรคอ้วนในเด็กมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในทั่วโลก ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพในระดับโลกแบบองค์รวม (Global syndemic view) ที่เกี่ยวข้องทั้งทางภาครัฐ (เศรษฐกิจ นโยบาย) โครงสร้างทางสังคม (ระบบอาหาร การขนส่ง การวางผังเมือง การใช้ที่ดิน) องค์กรและชุมชน (โรงเรียน โรงพยาบาล สถานประกอบการ สวนสาธารณะหรือพื้นที่สาธารณะ) ตลอดจนครัวเรือน (พ่อแม่ ผู้ปกครอง ครอบครัว)
• องค์การอนามัยโลกได้มีการจัดทำ WHO acceleration plan to stop obesity ซึ่งครอบคลุมทั้งด้านการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี เช่น การควบคุมการตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพเด็ก การสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีด้านอาหารและโภชนาการในโรงเรียน การส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกาย การสร้างความรอบรู้และความตระหนัก ระบบบริการสุขภาพเพื่อช่วยในการป้องกัน รักษาและจัดการโรคอ้วนโดยเริ่มตั้งแต่ในระบบบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ (Primary Health Care) รวมถึงการลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม และการวางผังเมืองเพื่อป้องกันการเกิดโรคอ้วน
• กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้มีการดำเนินการแก้ไขปัญหาโรคอ้วนในเด็กผ่านมาตรการ 4 เปลี่ยน โดยมุ่งเน้นในกลุ่มเป้าหมายได้แก่ 1) โรงเรียน โดยการส่งเสริมให้มีการจัดอาหารกลางวันโรงเรียนที่มีคุณภาพ การส่งเสริมการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพในสถานศึกษา การสร้างสภาพแวดล้อมในสถานศึกษาที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกายเพียงพอเพิ่มขึ้น 2) ระบบบริการสาธารณสุข โดยการส่งเสริมให้มีการเชื่อมโยงระหว่างโรงเรียนและสถานบริการสาธารณสุขในการคัดกรองเด็กที่มีภาวะเริ่มอ้วนและอ้วน และมีภาวะแทรกซ้อนให้ได้รับการส่งต่อและรักษาในสถานบริการสาธารณสุข และ 3) ชุมชน ผ่านกลไกการดำเนินงานในรูปแบบพลัง 3 สร้าง (การมีนโยบาย การร่วมมือกับภาคีเครือข่าย และการใช้ทรัพยากร/งบประมาณ) แต่อย่างไรก็ตามยังพบอุปสรรคในการดำเนินงาน เช่น การนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่ การกำกับ ติดตามและประเมินผลที่มีการดำเนินงานร่วมกันระหว่างหน่วยงาน การสร้างสภาพแวดล้อมด้านอาหารที่ดีซึ่งยังเข้าถึงได้ยากและมีราคาแพง การขาดความเชื่อมโยงระหว่างสถานศึกษาและสถานบริการสาธารณสุขในการคัดกรอง ส่งต่อเด็กอ้วนกลุ่มเสี่ยง และการออกแบบและวางผังเมืองที่เหมาะสมและปลอดภัยต่อเด็ก
• สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้มีการดำเนินงานในการจัดการโรคอ้วนในเด็ก 2 รูปแบบคือ 1) การป้องกันโรคอ้วนในเด็กผ่านการบูรณาการความรู้ด้านโภชนาการและกิจกรรมทางกายในการเรียนการสอนของกลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาสุขศึกษาและพลศึกษา การจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพนักเรียน เช่น การจัดกิจกรรมอ่านฉลากโภชนาการ การส่งเสริมการออกกำลังกายในตอนเช้า 2) การแก้ไขปัญหาโรคอ้วนในนักเรียน โดยการให้งบประมาณสนับสนุนแก่โรงเรียนในการจัดกิจกรรมแก่นักเรียนที่มีภาวะเริ่มอ้วนและอ้วน ผ่านกองทุนเพื่อโครงการอาหารกลางวัน
• การให้ความรู้ด้านโภชนาการผ่านอาหารกลางวันโรงเรียน ดังเช่น “Shokuiku” ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นพฤติกรรมการกินส่วนบุคคลสู่ความยั่งยืนของโลก ผ่านกลไกการสร้างความรอบรู้ด้านอาหารและโภชนาการให้แก่นักเรียน โดยให้นักเรียนได้เรียนรู้การกินอาหารหลากหลายและดีต่อสุขภาพผ่านเมนูอาหารกลางวันของโรงเรียน การจัดกิจกรรมให้นักเรียนได้มีบทบาทหน้าที่ในการเสิร์ฟอาหารกลางวันในชั้นเรียน การเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมผ่านวัตถุดิบที่นำมาใช้ในการประกอบอาหาร การส่งเสริมให้มีการใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นมาประกอบอาหารกลางวัน การเรียนรู้ด้านวัฒนธรรมท้องถิ่นจากเมนูอาหาร การสื่อสารให้พ่อแม่ผู้ปกครองทราบเกี่ยวกับเมนูอาหารกลางวันประจำวัน
การอภิปรายแลกเปลี่ยนจากที่ประชุม:
• ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเด็กทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาโรคอ้วนในเด็ก
• การขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาโรคอ้วนในเด็ก ควรมีการกำหนดบทบาทและหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานที่ชัดเจน มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพื่อนำไปใช้ในการกำหนดนโยบายและเป้าหมายร่วมกัน รวมทั้งมีการบูรณาการงบประมาณในการดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาโรคอ้วนในเด็กร่วมกัน
• ข้อมูลทางวิชาการและงานวิจัยจากภาควิชาการเพื่อนำไปใช้ในการกำหนดนโยบายและมาตรการ ตลอดจนการสร้างความเข้าใจและความร่วมมือกับภาคประชาสังคม เป็นแรงสนับสนุนสำคัญในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาโรคอ้วนในเด็กจากนโยบายไปสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการแก้ไขปัญหาโรคอ้วนในเด็ก
ก้าวต่อไป:
1. สร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมในการแก้ไขปัญหาโรคอ้วนในเด็ก รวมทั้งการกำกับ ติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน เพื่อนำมาใช้ในการกำหนดนโยบายและมาตรการ
2. สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดีในสถานศึกษา และการผลักดันให้เกิดกฎหมายเพื่อป้องกันเด็กจากการตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่ส่งผลกระทบต่อเด็ก
3. ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ สังคม โดยการสร้างแรงจูงใจให้เกิดการผลิตอาหารที่ดีต่อสุขภาพ