ลไม้เพื่อสุขภาพและผู้ป่วยเบาหวาน: เลือกให้ดี กินให้พอดี
กรมอนามัย พร้อมให้ข้อมูลข่าวสารที่มีประโยชน์สำหรับคุณ
ผลไม้เพื่อสุขภาพและผู้ป่วยเบาหวาน: เลือกให้ดี กินให้พอดี
สำนักโภชนาการ กรมอนามัย
กรมอนามัย ได้แนะนำ ข้อปฏิบัติการกินอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย (Food-Based Dietary Guidelines: FBDGs) สำหรับประชาชนไทยทั่วไป เพื่อป้องกันภาวะทุพโภชนาการทั้งขาดและเกิน เน้นการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ หลากหลาย ได้สัดส่วนและปริมาณที่เหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย โดยเลือกอาหารธรรมชาติ ลดการบริโภคอาหารหวาน มัน เค็ม และส่งเสริมการบริโภคผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี และแหล่งโปรตีนคุณภาพ โดยในผู้ใหญ่ทั่วไป ปริมาณผลไม้ที่แนะนำคือ 3 – 5 ส่วนตามพลังงานที่ต้องการต่อวัน (ผลไม้ 1 ส่วน เท่ากับ 70 -150 กรัม หรือ 6- 8 ชิ้นคำ หรือประมาณ 1 กำปั้น หรือ วางบนจานรองถ้วยกาแฟ ขนาด 6 นิ้ว) ควรเลือกกินผลไม้สดทั้งผล ตามฤดูกาล เพื่อให้ได้ใยอาหารและคงคุณค่าวิตามิน สารต้านอนูมูลอิสระ มากกว่าผลไม้แปรรูป หรือน้ำผลไม้ ที่จะทำให้มีน้ำตาล โซเดียมสูงเกินและใยอาหารน้อย และควรกินผลไม้หลากหลายชนิด หลากหลายสีตามปริมาณที่แนะนำ
สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน การควบคุมระดับน้ำตาลสะสม (HbA1c) ในผู้ป่วยโรคเบาหวานจำเป็นต้องอาศัยการดูแลแบบองค์รวม ทั้งการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย การใช้ยา และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพอย่างต่อเนื่อง โดยโภชนบำบัดถือเป็นหัวใจสำคัญในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย สมาคมนักกำหนดอาหารแห่งประเทศไทย และสมาคมผู้ให้ความรู้โรคเบาหวานแห่งประเทศไทย แนะนำให้วางแผนการรับประทานอาหารโดยคำนึงถึงปริมาณอาหารในกลุ่มต่างๆ ดังนี้
- การบริโภคผลไม้ในผู้ป่วยเบาหวานควรเลือกรับประทาน ผลไม้ทั้งผล ในปริมาณที่เหมาะสมเป็นหลัก เน้นความหลากหลายของชนิดผลไม้ตามฤดูกาล และหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำผลไม้หรือผลไม้แปรรูปที่เติมน้ำตาล เนื่องจากมีใยอาหารต่ำและทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นได้รวดเร็วกว่าการรับประทานผลไม้ทั้งผล โดยผู้ป่วยเบาหวานควรกินผลไม้รสไม่หวานจัดครั้งละ 1 ชนิด วันละ 2-3 ครั้งหลังมื้ออาหาร เน้นความหลากหลายของผลไม้ในการควบคุมปริมาณแป้งและน้ำตาล เพื่อไม่ให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ควรเลือกผลไม้ที่มีใยอาหารสูงและดัชนีน้ำตาลต่ำและคาร์โบไฮเดรตต่ำ (Glycemic Index and Glycemic Load) และกินในปริมาณพอเหมาะ เช่น กิน 1 ส่วนต่อมื้อ (เช่น ฝรั่งครึ่งลูก หรือแอปเปิ้ล 1 ลูกเล็ก) หลีกเลี่ยงการจิ้มพริกเกลือ น้ำตาล หรือเกลือ โดยปริมาณผลไม้ในแต่ละวันขึ้นอยู่กับ แพทย์หรือนักกำหนดอาหารแนะนำตามระดับน้ำตาลในเลือดในช่วงที่วางแผนการรักษา
ผลไม้ที่แนะนำสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน เช่น ฝรั่ง แอปเปิ้ลเขียว ชมพู่ ส้ม แก้วมังกร
ผลไม้ที่ควรหลีกเลี่ยงหรือจำกัดปริมาณ เช่น ทุเรียน แตงโม องุ่น ลำไย ลิ้นจี่ มะม่วงสุก ผลไม้เชื่อม ผลไม้ดอง หรือน้ำผลไม้คั้นสดกรองกาก
- การกินคาร์โบไฮเดรตรวมในแต่ละมื้อ เลือกคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนหรืออาหารที่มีใยอาหารสูง ร่วมกับการเลือกแหล่งโปรตีนไขมันต่ำ รวมทั้งจำกัดการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มที่เติมน้ำตาล อาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง และอาหารที่มีโซเดียมสูง
- "จานอาหารสุขภาพ 2 : 1 : 1" จัดอาหารในจานให้ประกอบด้วย ผัก 2 ส่วน ข้าว-แป้ง 1 ส่วน และอาหารโปรตีน 1 ส่วน ช่วยเพิ่มปริมาณใยอาหาร ลดความหนาแน่นของพลังงาน ชะลอการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด และช่วยให้อิ่มนานขึ้น
นอกจากนี้ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ควรรับประทานอาหารให้ตรงเวลา ติดตามระดับน้ำตาลสม่ำเสมอ และปรับอาหารให้เหมาะกับสุขภาพและวิถีชีวิต ภายใต้คำแนะนำของบุคลากรสุขภาพ เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลและลดภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว