App.skipToContent

คุณกำลังมองหาอะไร?

ระชุมคณะอนุกรรมการสื่อสารสู่สาธารณะและผลักดันนโยบายควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน ครั้งที่ 1/2569

กรมอนามัย พร้อมให้ข้อมูลข่าวสารที่มีประโยชน์สำหรับคุณ

10.04.2569
35
0
แชร์
10
เมษายน
2569

การประชุมคณะอนุกรรมการสื่อสารสู่สาธารณะและผลักดันนโยบายควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน ครั้งที่ 1/2569

วันที่ 9 เมษายน 2569 เวลา 13.30 – 16.30 น.

ณ ห้องประชุมกำธร สุวรรณกิจ อาคาร 1 ชั้น 1 กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และผ่าน Web Conference

ประธาน: นายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย

รองประธาน: ดร.แพทย์หญิงสายพิณ  โชติวิเชียร ผู้อำนวยการสำนักโภชนาการ

เลขานุการ: ผู้อำนวยการกองส่งเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพ นายแพทย์อัครวัฒน์ เพียงพงภควัต

ผู้ช่วยเลขานุการ: หัวหน้ากลุ่มสื่อสารสุขภาพ กองส่งเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพ นางสาวปวีณ์นุช กาญจนขจรศักดิ์              

ผู้เข้าร่วมประชุม: คณะอนุกรรมการฯ ประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิ นายสง่า ดามาพงษ์ และนางสุชาดา สารบุญ

                        ผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ 13 หน่วยงาน ผู้เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น จำนวน 28 คน ได้แก่                                                                                                                                                                                                                                 

  1. นางนภัทร พิศาลบุตร   ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเด็กปฐมวัย องค์กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ
  2. ทันตแพทย์หญิงน้ำเพชร ตั้งยิ่งยง ผู้อำนวยการฝ่ายสนับสนุนการเข้าถึงบริการปฐมภูมิ และสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรค สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
  3. นางทัศนียาภรณ์ ดวงแก้ว ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์
  4. นายสมโภชน์ ธนพิรุณธร ประธานชมรมผู้ประกอบการเกลือเสริมไอโอดีนภาคกลาง
  5. นายชาตรี ศรีสันต์   ผู้อำนวยการสำนักงานสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย
  6. นายพจน์ แพรดำ   ผู้อำนวยการสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย
  7. ดร.ศรีสุข แสนยอดคำ รองเลขาธิการสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย
  8. นางสาวสุธี สฤษฏิ์ศิริ   ผู้อำนวยการกองสร้างเสริมสุขภาพ สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร
  9. นายสุรัตน์ ผิวสว่าง รองผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย
  10. นางสาวกชพร มนูญผล   นักวิชาการอาหารและยาชำนาญการพิเศษ  กองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
  11. นางสาวจุไรรัตน์ ถนอมกิจ  นักวิชาการอาหารและยาชำนาญการพิเศษ  กองพัฒนาศักยภาพบริโภค สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา                                                 
  12. นายแพทย์อัครวัฒน์ เพียงพงภควัต  ผู้อำนวยการกองส่งเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพ กรมอนามัย
  13. นางสาวประวีณ์นุช กาญจนขจรศักดิ์  หัวหน้ากลุ่มสื่อสารสุขภาพ กองส่งเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพ กรมอนามัย
  14. ผู้แทนจากสำนักโภชนาการ กรมอนามัย

วัตถุประสงค์การประชุม:

  1. เพื่อวางแผนการสื่อสารควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน ปีงบประมาณ 2569
  2. เพื่อวางแผนการจัดกิจกรรมรณรงค์วันไอโอดีนแห่งชาติ วันที่ 25 มิถุนายน 2569

สาระสำคัญ

เรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ

          นายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย ให้นโยบายเกี่ยวกับ Health in All Process ของคณะอนุกรรมการสื่อสารสู่สาธารณะและผลักดันนโยบายควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน โดยให้นำนโยบายส่งเสริมสุขภาพของกรมอนามัยนำไปใช้ทุกกระทรวง โดยเฉพาะการสื่อสารสู่สังคมเพื่อสร้างความตระหนักรู้ในสังคม นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพ

เรื่องเพื่อทราบ

สถานการณ์เฝ้าระวังโรคขาดสารไอโอดีน ในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ เด็กอายุ 3 – 5 ปี และผู้สูงอายุ พบว่า หญิงตั้งครรภ์ มีค่ามัธยฐานระดับไอโอดีนในปัสสาวะ ภาพรวมตั้งแต่ พ.ศ.2564 – 2568 อยู่ในระดับได้รับไอโอดีนเพียงพอ การได้รับยาเสริมไอโอดีน ธาตุเหล็ก และกรดโฟลิกในหญิงตั้งครรภ์ในปี 2569 พบร้อยละ 99.81 ซึ่งมีแนวโน้มดีขึ้น และบรรลุค่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ร้อยละ 92 สำหรับ เด็กอายุ 3 – 5 ปี สถานการณ์ระดับไอโอดีนในปัสสาวะพบค่ามัธยฐาน 222.0 ไมโครกรัม/ลิตร อยู่ในเกณฑ์ได้รับไอโอดีนเพียงพอ อย่างไรก็ตามยังพบจังหวัดที่ได้รับไอโอดีนเกิน 1 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสุรินทร์ สำหรับผู้สูงอายุ มีค่ามัธยฐานระดับไอโอดีนในปัสสาวะ 111.4 ไมโครกรัม/ลิตร อยู่ในเกณฑ์ได้รับไอโอดีนเพียงพอ แต่ยังมีจังหวัดที่ขาดสารไอโอดีน 24 จังหวัดและได้รับไอโอดีนมากเกินพอ 2 จังหวัด ได้แก่ ยโสธรและอุบลราชธานี  ความครอบคลุมการบริโภคเกลือเสริมไอโอดีนที่มีคุณภาพในครัวเรือน (มาตรฐาน 20 - 40 ppm ) ภาพรวมตั้งแต่ พ.ศ. 2564 – 2568 พบร้อยละ 84.2, 83.9, 82.8, 78.3, และ 83.7 ตามลำดับ โดยพื้นที่ที่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ (ร้อยละ 90) ส่วนใหญ่อยู่ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งนี้พบว่าผลไอโอดีนในปัสสาวะในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ เด็ก 3 – 5 ปี ผู้สูงอายุ และผลการตรวจคุณภาพเกลือในครัวเรือนของจังหวัดที่อยู่ระดับผ่านเกณฑ์สอดคล้องกับจังหวัดที่ผ่านเกณฑ์ประเมินชุมชนหมู่บ้านไอโอดีน

เรื่องเพื่อพิจารณา

  1. แผนการสื่อสารควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน ปีงบประมาณ 2569 เสนอ 3 กลยุทธ์หลัก (1) เจาะกลุ่มแม่และเด็กเพื่อลูกฉลาด (2) Iodine Smart Shop ร้านนี้มีไอโอดีน 3. ปรับจากรู้จริง เป็น กินเป็น พร้อมทั้งเสนอกลยุทธ์สื่อสารเชิงพื้นที่ (Area – based Communication) พื้นที่ขาดสารไอโอดีน (เร่งแก้ปัญหา) โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม พื้นที่เสี่ยงขาดสารไอโอดีน โดยการเร่งยกระดับการสื่อสารเพื่อป้องกันการขาดสารไอโอดีน สำหรับพื้นที่ได้รับไอโอดีนเพียงพอ ใช้วิธีรักษามาตรฐานการสื่อสารให้เข้าทุกกลุ่มวัยอย่างยั่งยืน
  2. แผนการจัดกิจกรรมรณรงค์วันไอโอดีนแห่งชาติ วันที่ 25 มิถุนายน 2569 เสนอธีม เลือกเกลือทั้งที ต้องมีไอโอดีน และกิจกรรมก่อนวันรณรงค์ โดยการสื่อสารให้ความรู้เกี่ยวกับโรคขาดสารไอโอดีน สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ตั้งแต่เดือน พฤษภาคม 2569 สำหรับกิจกรรมในวันรณรงค์ (1) อสม.ตรวจคุณภาพเกลือบริโภคในครัวเรือน (2) ส่วนกลาง ลงพื้นที่ในจังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นพื้นที่ขาดสารไอโอดีน เพื่อทำกิจกรรมรณรงค์ตรวจคุณภาพเกลือบริโภค ในครัวเรือน ร้านค้า ร้านอาหาร

ข้อเสนอแนะจากที่ประชุม

  1. เนื่องจากข้อมูลการเฝ้าระวังโรคขาดสารไอโอดีนแต่ละปี มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เช่น มีการเปลี่ยนแปลงจากพื้นที่ที่ไม่พบการขาดสารไอโอดีน กลายเป็นพื้นที่เสี่ยง และพื้นที่ขาดสารไอโอดีน บางปีสถานการณ์เปลี่ยนจากเดิมเป็นพื้นที่เสี่ยง ปีต่อมาเป็นพื้นที่ที่ไม่พบการขาดสารไอโอดีน จึงจำเป็นต้องมีการสื่อสารการควบคุมป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนให้สอดคล้องกับสถานการณ์แต่ละพื้นที่ในแต่ละปี
  2. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีความพร้อมในการสื่อสารถึงประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งข้อมูลสถานการณ์เฝ้าระวังโรคขาดสารไอโอดีนในประเทศไทย แสดงให้เห็นว่าจังหวัดที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานชุมชนหมู่บ้านไอโอดีนตามเป้าหมาย พบว่า ค่ามัธยฐานไอโอดีนในปัสสาวะของหญิงตั้งครรภ์ เด็กอายุ 3 – 5 ปี ผู้สูงอายุและคุณภาพเกลือบริโภคในครัวเรือน ผ่านเกณฑ์เช่นกัน จึงเห็นควรขยายผลการดำเนินงานชุมชนหมู่บ้านไอโอดีนให้ครอบคลุมทุกจังหวัดผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีความใกล้ชิดประชาชน และควรเพิ่มช่องทางการสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในทุกช่องทาง จะทำให้การดำเนินงานชุมชนหมู่บ้านไอโอดีนประสบความสำเร็จได้มากกว่าการสื่อสารแบบเดิม และช่วยควบคุมป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนได้ ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยินดีที่จะนำข้อมูลไปส่งถึงประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ
  3. การดำเนินงานสื่อสารการควบคุมป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนที่ผ่านมา ดำเนินการเฉพาะวันที่ 25 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันไอโอดีนแห่งชาติเท่านั้น แต่ตลอดทั้งปี ไม่มีการสื่อสารเลย ควรเพิ่มช่องทางการสื่อสารให้ถึงประชาชนทุกกลุ่มวัย
  4. ในการประชุมคณะกรรมการควบคุมโรคขาดสารไอโอดีนแห่งชาติ ปี 2570 ตรงกับวโรกาส สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เจริญพระชนมายุครบ 72 พรรษา จึงควรเตรียมถวายรายงานความก้าวหน้าการควบคุมป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนที่เป็นประเด็นที่ประสบความสำเร็จ โดยใช้กลไกการสื่อสารผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

มติที่ประชุม

  1. ให้กรมอนามัยคืนข้อมูลให้กับจังหวัดที่เป็นพื้นที่ขาดสารไอโอดีน และเสี่ยงต่อการขาดสารไอโอดีน เพื่อให้จังหวัดมี action plan ระดับอำเภอ ตำบล
  2. ให้กรมอนามัยสื่อสารเชิงรุกไปยังพื้นที่ขาดสารไอโอดีน ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ สถานีโทรทัศน์ต่างๆ และเพิ่มประสิทธิภาพในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือผ่านกลไกผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกระดับร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เพื่อขยายผลการขับเคลื่อนงานชุมชนหมู่บ้านไอโอดีน ในการควบคุมป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
  3. ให้กรมอนามัยจัดทำแผนปฏิบัติการการสื่อสารอย่างชัดเจน (Action plan) ในการสื่อสารประชาสัมพันธ์ในวันไอโอดีนแห่งชาติ และการสื่อสารตลอดทั้งปี ผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสื่อสังคมออนไลน์
  4. มอบฝ่ายเลขานุการเตรียมข้อมูลความก้าวหน้าและผลการดำเนินงานควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน ที่มีความร่วมมือในระดับท้องถิ่นและขยายผลสู่พื้นที่ เพื่อถวายรายงานในการจัดประชุมคณะกรรมการควบคุมโรคขาดสารไอโอดีนแห่งชาติ ปี 2570 ในวโรกาส สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เจริญพระชนมายุครบ 72 พรรษา

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมอนามัย
เรามีสาระสุขภาพดีๆ
ส่งตรงถึงคุณ
ทุกวัน